อัปเดตล่าสุด: [วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ] | เรียบเรียงโดย อรรถพล แซ่โอ๊ว ตัวแทนประกันชีวิต เลขที่ใบอนุญาต 6201026325
ถ้าประกันกลุ่มของบริษัทไม่พอ วิธีที่คุ้มที่สุดคือซื้อประกันส่วนตัวมา “ต่อชั้นบน” ไม่ใช่ซื้อซ้ำทับของเดิม โดยเลือกแบบเหมาจ่ายวงเงินสูง แล้วให้ประกันกลุ่มจ่ายก้อนแรก ส่วนที่เกินค่อยใช้เล่มส่วนตัว
ถ้าอยากประหยัดเบี้ยมากขึ้นอีก มีอีกทางคือเลือกแบบที่มี ความรับผิดส่วนแรก ซึ่งเป็นการตกลงว่าผู้เอาประกันรับผิดชอบค่ารักษาก้อนแรกเองในจำนวนที่กำหนด แล้วบริษัทประกันจ่ายส่วนที่เกิน >> เมื่อมีประกันกลุ่มอยู่แล้ว ก้อนแรกนั้นก็ให้ประกันกลุ่มจ่ายไป เท่ากับได้ความคุ้มครองวงเงินสูงในราคาเบี้ยที่ถูกลงมาก
สารบัญ
- ประกันกลุ่มบริษัท คุ้มครองอะไรบ้าง
- 4 จุดที่ประกันกลุ่มมักไม่พอ
- ลาออกแล้วประกันกลุ่มหมด ทำไง
- ซื้อประกันสุขภาพเพิ่มจากประกันกลุ่ม ทำยังไงไม่ให้จ่ายซ้ำ
- ประกันกลุ่ม กับ ประกันส่วนตัว ต่างกันยังไง
- คุณอยู่กลุ่มไหน ควรทำอะไรต่อ
- คำถามที่พบบ่อย
ประกันกลุ่มบริษัท คุ้มครองอะไรบ้าง
ประกันกลุ่มคือกรมธรรม์ฉบับเดียวที่บริษัทซื้อให้พนักงานทั้งองค์กร โดยแต่ละคนมีวงเงินของตัวเองแยกกัน ความคุ้มครองที่มักมีคือ
- ผู้ป่วยใน (IPD) ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการพยาบาล ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด
- ผู้ป่วยนอก (OPD) ค่าตรวจรักษาแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล มักจำกัดเป็นครั้งละไม่เกินเท่านี้ และไม่เกินกี่ครั้งต่อปี
- ทันตกรรม บางบริษัทมี บางบริษัทไม่มี
- ประกันชีวิตและอุบัติเหตุกลุ่ม ทุนประกันตามระดับตำแหน่ง
ข้อดีที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ไม่ต้องแถลงสุขภาพและไม่ต้องจ่ายเบี้ยเอง พนักงานที่มีโรคประจำตัวและซื้อประกันส่วนตัวยาก ก็ยังได้ความคุ้มครองจากตรงนี้
แต่โครงสร้างของประกันกลุ่มออกแบบมาเพื่อ ดูแลการเจ็บป่วยทั่วไปของคนหมู่มาก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับมือเหตุการณ์ใหญ่ครั้งเดียวในชีวิต และนั่นคือที่มาของช่องว่างทั้งหมดในหัวข้อถัดไป
4 จุดที่ประกันกลุ่มมักไม่พอ
จุดที่ 1 วงเงินย่อยรายหมวด ไม่ใช่วงเงินรวม
ประกันกลุ่มส่วนใหญ่กำหนดเพดานไว้ทุกหมวด เช่น ค่าห้องไม่เกินวันละเท่านี้ ค่าผ่าตัดไม่เกินครั้งละเท่านี้ ค่าแพทย์เยี่ยมไม่เกินวันละเท่านี้ ปัญหาคือค่ารักษาจริงไม่ได้เดินตามช่องที่กรมธรรม์แบ่งไว้ พอหมวดไหนทะลุ ส่วนเกินก็ตกมาที่พนักงาน แม้ว่าหมวดอื่นจะยังเหลือวงเงินอยู่ก็ตาม
จุดที่ 2 วงเงินค่าห้องมักตามค่าห้องจริงไม่ทัน
ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานของโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ปัจจุบันอยู่ที่ราว 2,200 – 6,800 บาทต่อคืน ขึ้นกับระดับโรงพยาบาล ในขณะที่วงเงินค่าห้องของประกันกลุ่มหลายแห่งถูกตั้งไว้ตั้งแต่ตอนทำสัญญาและไม่ได้ปรับตาม
อ่านเรื่องนี้เพิ่มได้ที่ ค่าห้องโรงพยาบาลเอกชน 2569
จุดที่ 3 เหตุการณ์ใหญ่ครั้งเดียวกินวงเงินทั้งปี
ลองดูตัวอย่างที่จับต้องได้
แพ็กเกจผ่าตัดริดสีดวงทวารของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง นอน 1 คืน ราคาราว 50,000 บาท ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ถือว่าเล็ก ยังไม่นับโรคที่หนักกว่านั้น
การรักษาที่ต่อเนื่องยาว เช่น มะเร็ง การล้างไต หรือการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องนอนหลายสัปดาห์ คือกรณีที่วงเงินประกันกลุ่มหมดตั้งแต่ยังรักษาไม่จบ
จุดที่ 4 ครอบครัวไม่ได้อยู่ในความคุ้มครอง
ประกันกลุ่มส่วนใหญ่คุ้มครองเฉพาะตัวพนักงาน บางบริษัทมีตัวเลือกให้ซื้อเพิ่มสำหรับคู่สมรสและบุตร แต่ไม่ใช่มาตรฐาน
คนที่มีครอบครัวจึงมักพบว่าตัวเองได้รับการดูแล แต่คนที่ต้องดูแลกลับไม่มีอะไรเลย
อยากรู้ว่าประกันกลุ่มที่มีอยู่ ขาดตรงไหนบ้างมั้ย ส่งภาพหน้าสรุปสวัสดิการหรือบัตรประกันกลุ่มมาทางไลน์ ดูให้ฟรี บอกตรง ๆ ว่าจุดไหนพอแล้วและจุดไหนยังเป็นช่องว่าง คลิกแอดไลน์ @thebestinsurance

ลาออกแล้วประกันกลุ่มหมด ทำไง
นี่คือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของการพึ่งประกันกลุ่มอย่างเดียว และเป็นข้อที่คนมองข้ามมากที่สุด
ประกันกลุ่มผูกอยู่กับสถานะพนักงาน ไม่ได้ผูกกับตัวคุณ วันที่พ้นสภาพการเป็นพนักงาน ไม่ว่าจะลาออกเอง ถูกเลิกจ้าง เกษียณ หรือบริษัทปิดกิจการ ความคุ้มครองสิ้นสุดทันที
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้อันตรายกว่าที่คิดคือ จังหวะเวลา เพราะคนมักออกจากงานตอนอายุมากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่เบี้ยประกันแพงกว่าเดิม และมีโอกาสตรวจเจอโรคประจำตัวมากกว่าเดิม
พูดง่าย ๆ คือ ตอนที่ซื้อประกันได้ง่ายที่สุด คือตอนที่ยังไม่ต้องใช้ และตอนที่รู้ตัวว่าต้องใช้ มักเป็นตอนที่ซื้อยากที่สุดแล้ว
การมีเล่มส่วนตัวคู่ขนานไว้ตั้งแต่ยังทำงานอยู่ จึงไม่ใช่การจ่ายซ้ำ แต่คือการล็อกสิทธิ์และล็อกช่วงอายุที่ยังสุขภาพดีเอาไว้

ซื้อประกันสุขภาพเพิ่มจากประกันกลุ่ม ทำยังไงไม่ให้จ่ายซ้ำ
หลักคิดมีข้อเดียว อย่าซื้อสิ่งที่มีอยู่แล้วซ้ำอีกรอบ ให้ซื้อเฉพาะส่วนที่ยังไม่มี
ประกันกลุ่มเก่งเรื่องค่ารักษาก้อนเล็กที่เกิดบ่อย เช่น เป็นไข้ ท้องเสีย นอนโรงพยาบาลสองสามคืน ส่วนที่ยังขาดคือ ค่ารักษาก้อนใหญ่ที่นาน ๆ เกิดที ซึ่งเป็นก้อนที่ทำให้คนต้องขายของเพื่อจ่าย
จึงมี 2 แนวทางให้เลือก
แนวทางที่ 1 ซื้อแบบเหมาจ่ายวงเงินสูงเป็นชั้นบน ให้ประกันกลุ่มจ่ายก่อน ส่วนที่เกินใช้เล่มส่วนตัว เหมาะกับคนที่อยากได้ความสบายใจเต็มที่ และรับภาระเบี้ยเต็มจำนวนได้
แนวทางที่ 2 ซื้อแบบมีความรับผิดส่วนแรก เลือกให้จำนวนความรับผิดส่วนแรกใกล้เคียงกับวงเงินที่ประกันกลุ่มจ่ายได้ เท่ากับประกันกลุ่มรับก้อนแรกไป เล่มส่วนตัวรับก้อนใหญ่ที่เหลือ วิธีนี้ทำให้ได้วงเงินรวมสูงมากในราคาเบี้ยที่ถูกกว่าแบบแรกอย่างมีนัยสำคัญ
จุดที่ต้องระวังของแนวทางที่ 2 คือ ถ้าวันหนึ่งไม่มีประกันกลุ่มแล้ว ก้อนแรกนั้นจะกลายเป็นภาระของตัวเอง จึงต้องประเมินว่าตัวเองมีเงินสำรองพอรับก้อนนั้นได้หรือไม่
ในทางปฏิบัติ การถือกรมธรรม์สองเล่มพร้อมกันเคลมได้ทั้งคู่ แต่มีลำดับและเงื่อนไขที่ต้องเข้าใจก่อน อ่านต่อได้ที่ ซื้อประกันสุขภาพ 2 บริษัท เคลมได้ไหม
ประกันกลุ่ม กับ ประกันส่วนตัว ต่างกันยังไง
| หัวข้อ | ประกันกลุ่ม | ประกันส่วนตัว |
|---|---|---|
| ใครจ่ายเบี้ย | บริษัทจ่ายให้ | จ่ายเอง |
| ผูกกับอะไร | สถานะพนักงาน | ตัวบุคคล |
| ออกจากงานแล้ว | สิ้นสุดทันที | อยู่ต่อตราบที่ยังชำระเบี้ย |
| แถลงสุขภาพ | ไม่ต้อง | ต้องแถลง และมีการพิจารณารับประกัน |
| โครงสร้างวงเงิน | มักแยกเป็นวงเงินย่อยรายหมวด | มีทั้งแบบแยกหมวดและแบบเหมาจ่าย |
| ระดับวงเงิน | ออกแบบสำหรับการเจ็บป่วยทั่วไป | เลือกได้ถึงระดับที่รองรับโรคร้ายแรง |
| เลือกแผนเองได้ | ไม่ได้ บริษัทเป็นคนเลือก | เลือกได้เอง |
| ครอบครัว | ส่วนใหญ่ไม่รวม | ทำแยกให้แต่ละคนได้ |
ตารางนี้ชี้ให้เห็นว่า สองอย่างนี้ไม่ใช่ของที่ใช้แทนกัน แต่เป็นของที่ทำงานคนละชั้น ประกันกลุ่มคือชั้นล่างที่บริษัทออกให้ ประกันส่วนตัวคือชั้นบนที่เราคุมเอง และเป็นชั้นเดียวที่ยังอยู่กับเราในวันที่ไม่มีบริษัทแล้ว

คุณอยู่กลุ่มไหน ควรทำอะไรต่อ
ถ้าอายุยังไม่ถึง 35 และยังไม่มีโรคประจำตัว นี่คือช่วงที่เบี้ยถูกที่สุดและผ่านการพิจารณาง่ายที่สุด ทำเล่มส่วนตัวไว้คู่ขนานเลย ไม่ต้องรอให้ประกันกลุ่มพังก่อน
ถ้ากำลังจะเปลี่ยนงานหรือออกมาทำเอง จัดการเรื่องนี้ ก่อน วันสุดท้ายของการเป็นพนักงาน เพราะหลังจากนั้นถ้าตรวจเจออะไร จะกลายเป็นภาวะที่เป็นมาก่อนเอาประกันทันที
ถ้ามีครอบครัวแล้ว ตรวจดูก่อนว่าประกันกลุ่มครอบคลุมคู่สมรสและบุตรหรือไม่ ถ้าไม่ ช่องว่างของครอบครัวใหญ่กว่าช่องว่างของตัวเองมาก
ถ้าอายุ 45 ขึ้นไปและยังพึ่งประกันกลุ่มอย่างเดียว ควรเร่งที่สุดในบรรดาทุกกลุ่ม เพราะเหลือเวลาไม่มากก่อนถึงวัยที่การพิจารณารับประกันเข้มขึ้น
ในฝั่งแบบประกันที่ใช้เป็นชั้นบนได้ ประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra จากกรุงไทย-แอกซ่า มีให้เลือก 6 แผน วงเงินตั้งแต่ 3 ถึง 100 ล้านบาทต่อปี เป็นแบบเหมาจ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก สมัครได้ตั้งแต่อายุ 6 ถึง 80 ปี และคุ้มครองต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี
[หมายเหตุทีม: ต้องเติมว่ามีแบบที่มีความรับผิดส่วนแรกให้เลือกหรือไม่ ถ้ามี จำนวนความรับผิดส่วนแรกมีกี่ระดับ และเบี้ยต่างจากแบบปกติเท่าไหร่ เมื่อได้ข้อมูลจากลูกค้าแล้ว]
คำถามที่พบบ่อย
มีประกันกลุ่มแล้ว ยังต้องซื้อประกันสุขภาพเพิ่มอีกไหม ขึ้นกับว่าประกันกลุ่มครอบคลุมถึงระดับไหน ถ้าวงเงินออกแบบมาสำหรับการเจ็บป่วยทั่วไป แต่ไม่ได้รองรับการรักษาโรคร้ายแรงที่ต่อเนื่องยาว ก็ยังมีช่องว่างอยู่ นอกจากนี้ประกันกลุ่มยังสิ้นสุดทันทีเมื่อออกจากงาน จึงไม่ใช่ความคุ้มครองที่ติดตัวไปตลอด
ลาออกแล้วประกันกลุ่มหมด ทำไง ความคุ้มครองสิ้นสุดในวันที่พ้นสภาพพนักงาน ทางที่ควรทำคือจัดการทำประกันส่วนตัวไว้ก่อนวันสุดท้ายของการทำงาน เพราะหลังจากนั้นถ้าตรวจเจอโรคใด จะถือเป็นภาวะที่เป็นมาก่อนเอาประกัน และอาจถูกยกเว้นความคุ้มครองในส่วนนั้น
ซื้อประกันสุขภาพเพิ่มจากประกันกลุ่ม จะจ่ายเบี้ยซ้ำซ้อนหรือเปล่า ไม่ซ้ำ ถ้าเลือกให้ถูกวิธี แนวทางที่นิยมคือเลือกแบบที่มีความรับผิดส่วนแรก โดยตั้งจำนวนให้ใกล้เคียงกับวงเงินที่ประกันกลุ่มจ่ายได้ เท่ากับประกันกลุ่มรับก้อนแรก เล่มส่วนตัวรับก้อนใหญ่ที่เหลือ ซึ่งทำให้เบี้ยถูกกว่าการซื้อแบบเต็มวงเงิน
ประกันกลุ่มคุ้มครองครอบครัวด้วยไหม ส่วนใหญ่คุ้มครองเฉพาะตัวพนักงาน บางบริษัทเปิดให้ซื้อเพิ่มสำหรับคู่สมรสและบุตรได้ แต่ไม่ใช่มาตรฐานทั่วไป ควรตรวจสอบกับฝ่ายบุคคลของบริษัทโดยตรง
มีประกันกลุ่มอยู่แล้ว เคลมเล่มส่วนตัวได้พร้อมกันไหม เคลมได้ทั้งสองเล่ม แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกินค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง โดยมีลำดับการเคลมและเอกสารที่ต้องเตรียมต่างกัน เล่มแรกใช้ใบเสร็จตัวจริง ส่วนเล่มที่สองใช้สำเนาใบเสร็จพร้อมหนังสือรับรองยอดที่เคลมไปแล้ว
สรุป
ประกันกลุ่มเป็นสวัสดิการที่ดี แต่มีข้อจำกัด 2 ข้อที่แก้ไม่ได้จากฝั่งพนักงาน คือวงเงินที่บริษัทเป็นคนกำหนด และการที่มันหายไปพร้อมกับสถานะพนักงาน
ทางออกไม่ใช่การซื้อประกันใหม่มาทับของเดิมทั้งก้อน แต่คือการดูว่าของที่มีอยู่ครอบคลุมถึงไหน แล้วซื้อเฉพาะส่วนที่ยังเป็นช่องว่าง ซึ่งทำให้จ่ายเบี้ยน้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดไว้มาก
อยากรู้ว่าประกันกลุ่มที่มีอยู่ขาดตรงไหน ส่งภาพหน้าสรุปสวัสดิการมาทางไลน์ ดูให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
แอดไลน์ปรึกษา @thebestinsurance หรือโทร 095-463-5159
เกี่ยวกับผู้เขียน
อรรถพล แซ่โอ๊ว (แอร์) ผู้จัดการหน่วย ทรัพยวรากิจธนาทรัพย์ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประสบการณ์ 7 ปีในการวางแผนความคุ้มครองสุขภาพและการเงิน คุณวุฒิ MDRT, COT, TNAA, AXA Prime PP, AXA Prime Leader, GAMA เลขที่ใบอนุญาต 6201026325 | รหัสตัวแทน 015509-03-105150 ดูผลงานและรีวิวจากลูกค้า
เว็บไซต์นี้ดำเนินการโดย อรรถพล แซ่โอ๊ว ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาด้านการวางแผนการเงิน มิใช่เว็บไซต์ทางการของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ข้อมูลความคุ้มครองเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ในบทความ
https://www.petcharavejhospital.com/th/Package/package_detail/Hemorrhoidectomy
https://www.petcharavejhospital.com/th/Package/package_detail/Appendectomy_%20Laparoscopic_package
https://health.kapook.com/view254544.html
แหล่งอ้างอิงที่ไม่แนะนำให้นำขึ้นเว็บไซต์
https://www.heygoody.com/th/blogs/lifestyle/hospital-room-rates/


